– Sightseeing Tour

– วัดร่องขุ่น (White Temple)

วัดร่องขุ่น-เชียงราย-5thetrippacker_chiang_rai_wat_rongkhun_phanthit_012600+pixel ดาวน์โหลด

วัดร่องขุ่น เป็นวัดที่มีความสวยงามโดดเด่นต่างจากวัดอื่นๆ ด้วยฝีมือการออกแบบ และก่อสร้างของ อ. เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินชื่อดัง เพื่อเป็นวัดประจำบ้านเกิด สร้างโดยจินตนาการของอาจารย์ จัดเป็นงานพุทธศิลป์ที่ยิ่งใหญ่ และงดงามน่าแวะชมมากแห่งหนึ่ง

อ. เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ มีแรงบันดาลใจในการสร้างวัดแห่งนี้อยู่ 3 ประการ คือ เพื่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ซึ่งอาจารย์บอกว่า
จึงตั้งความปรารถนาที่จะถวายชีวิต ใช้ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของตนเอง สร้างงานพุทธศิลป์ เพื่อเป็นงานประจำรัชกาลของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้ได้ และจะถวายชีวิตไปจนตายคาวัด” (จากเอกสารของวัดร่องขุ่น) ความงดงามของวัดแห่งนี้อยู่ที่ “โบสถ์” เพราะอาจารย์อยากจะเนรมิตวัดให้เหมือนเมืองสวรรค์ เป็นวิมานบนดินที่มนุษย์สามารถสัมผัสได้ โบสถ์ เปรียบเหมือนบ้านของพระพุทธเจ้า สีขาว แทนพระบริสุทธิคุณของพระพุทธเจ้า กระจกขาว หมายถึง พระปัญญาธิคุณของพระพุทธเจ้าที่เปล่งประกายไปทั่วโลกมนุษย์ และจักรวาล
สะพาน หมายถึง การเดินข้ามวัฏสงสารมุ่งสู่พุทธภูมิ ก่อนขึ้นสะพานครึ่งวงกลมเล็ก หมายถึง โลกมนุษย์ วงใหญ่ที่มีเขี้ยวเป็นปากของพญามารหรือพระราหู หมายถึง กิเลสในใจแทนขุมนรกคือทุกข์ ผู้ที่จะเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าในพุทธภูมิต้องตั้งจิตปลดปล่อยกิเลสตัณหาของตนเองลงไปในปากพญามาร เพื่อเป็นการชำระจิตให้ผ่องใสก่อนที่จะเดินผ่านขึ้นไปพบกับพระราหูอยู่เบื้องซ้าย และพญามัจจุราชอยู่เบื้องขวา บนสันของสะพานจะประกอบไปด้วยอสูรกลืนกัน 16 ตน ข้างละ 8 ตน หมายถึง อุปกิเลส 16 จากนั้นก็จะถึงกึ่งกลางสะพานหมายถึง เขาพระสุเมรุ ซึ่งเป็นที่อยู่ของเทวดา ด้านล่างเป็นสระน้ำหมายถึง สีทันดรมหาสมุทร มีสวรรค์ตั้งอยู่ด้วยกัน 6 ชั้นด้วยกัน ผ่านสวรรค์ 6 เดินลงไปสู่พรหม 16 ชั้น แทนด้วยดอกบัวทิพย์ 16 ดอกรอบพระอุโบสถ ดอกที่ใหญ่สุด 4 ดอก ตรงทางขึ้นด้านข้างโบสถ์หมายถึง ซุ้มพระอริยเจ้า 4 พระองค์ ประกอบด้วยพระโสดาบัน พระสกิทาคามี พระอนาคามี และพระอรหันต์ เป็นสงฆ์สาวกที่ควรกราบไหว้บูชา
ก่อนขึ้นบันได ครึ่งวงกลมหมายถึง โลกุตตรปัญญา บันไดทางขึ้น 3 ขั้นแทน อนิจจัง ทุกขัง และอนัตตา ผ่านแล้วจึ้งขึ้นไปสู่อรูปพรหม 4 แทนด้วยดอกบัวทิพย์ 4 ดอกและบานประตู 4 บาน บานสุดท้ายเป็นกระจกสามเหลี่ยมแทนความว่าง ซึ่งหมายถึงความหลุดพ้น แล้วจึงก้าวข้ามธรณีประตูเข้าสู่พุทธภูมิ
ภายในประกอบด้วยภาพเขียนโทนสีทองทั้งหมด ผนัง 4 ด้าน เพดานและพื้นล้วนเป็นภาพเขียนที่แสดงถึงการหลุดพ้นจากกิเลสมาร มุ่งเข้าสู่โลกุตตรธรรม ส่วนบนของหลังคาโบสถ์ ได้นำหลักการของการปฏิบัติจิต 3 ข้อ คือ ศีล สมาธิ ปัญญา นำไปสู่ความว่างคือความหลุดพ้นนั่นเอง
นี่เป็นเพียงรายละเอียดคร่าวๆ ของโบสถ์ของวัดร่องขุ่น ส่วนรายละเอียดจริงๆ นั้น อาจารย์บอกว่าจะสร้างทั้งหมด 9 หลัง แต่ละหลังมีความหมายเป็นคติธรรมทุกหลัง ผมหวังจะสร้างงานพุทธศิลป์ของแผ่นดินให้ยิ่งใหญ่อลังการ เพื่อให้คนทั้งโลกยอมรับ และปรารถนาจะมาชื่นชมให้ได้ จะถวายชีวิตสร้างจนลมหายใจสุดท้าย และได้สร้างลูกศิษย์รอรับช่วงต่ออีก 2 รุ่น หลังผมตาย คาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ทั้ง 9 หลัง คงใช้เวลาทั้งหมด 60-70 ปีครับ”
นอกจากจะชมความงดงามของพระอุโบสถแล้ว ยังสามารถเข้าชมผลงานของอาจารย์ และเลือกซื้อของที่ระลึกจากวัดร่องขุ่นได้อีกด้วย

Wat Rong Khun is different from any other temple in Thailand, as its ubosot (Pali: uposatha; consecrated assembly hall) is designed in white color with some use of white glass. The white color stands for Lord Buddha’s purity; the white glass stands for Lord Buddha’s wisdom that “shines brightly all over the Earth and the Universe.”
The bridge leading to the temple represents the crossing over from the cycle of rebirth to the Abode of Buddha. The small semicircle before the bridge stands for the human world. The big circle with fangs is the mouth of Rahu, meaning impurities in the mind, a representation of hell or suffering.
All the paintings inside the ubosot (assembly hall) have golden tones. The four walls, ceiling and floor contain paintings showing an escape from the defilements of temptation to reach a supramundane state. On the roof, there are four kinds of animals representing earth, water, wind and fire. The elephant stands for the earth; the naga stands for water; the swan’s wings represent wind; and the lion’s mane represents fire.
In 1977, Chalermchai Kositpipat volunteered his service to carry out the construction of the ubosot at his own expense as an offering to Lord Buddha, but he later altered the plan as he saw fit in such a way that Wat Rong Khun developed into a prominent site attracting both Thai and foreign visitors.
Nowadays, Wat Rong Khun is still being constructed. When completed, the construction project of Wat Rong Khun will consist of nine buildings: the ubosot, the hall containing Lord Buddha’s relics, the hall containing Buddha images, the preaching hall, the contemplation hall, the monk’s cell, the door façade of the Buddhavasa, the art gallery, and the toilets.

– บ้านดำ (Black Houes)

 blogger-image-2054640199-300x209 (1) 1233033608attract04Image

ตั้งอยู่ที่ ต.นางแล อ.เมือง จ.เชียงราย สร้างขึ้นโดย อ.ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติ ที่มีฝีมือทางด้าน จิตรกรรม ปฏิมากรรม ได้สร้างงานด้านศิลปะไว้มากมาย ทั้งทางด้านภาพเขียน และ ด้านปฏิมากรรม หลายชิ้น ลักษณะ ของ บ้านดำจะเป็นกลุ่มบ้าน ศิลปะแบบล้านนา ทุกหลังทาด้วยสีดำ ซึ่งเป็นที่มาของคำว่า “บ้านดำ” และยังเป็นสีที่ อ. ถวัลย์โปรดปราน อีกด้วย ในบ้านแต่ละหลังจะประดับด้วยไม้แกะสลักที่มีลวดลายงดงาม นอกจากไม้แกะสลักแล้วยังประดับด้วยเขาสัตว์ เช่น เขาควาย เขากวาง และยังมีกระดูกสัตว์ เช่น กระดูกช้าง เป็นต้นภายในบริเวณบ้านเต็มไปด้วยต้นไม้ บรรยากาศร่มเย็นสบาย โดยในบริเวณบ้านประกอบไปด้วยบ้านทั้งหมด 36 หลัง ที่มีลักษณะ แตกต่างกันไป ซึ่งบ้านเหล่านี้ไม่ได้สร้างไว้สำหรับอยู่อาศัยแต่สร้างไว้สำหรับเก็บสิ่งของสะสมต่าง ๆ ของอาจารย์ถวัลย์ นอกจากนั้น ยังมีอีกหนึ่งหลังที่ยังสร้างไม่เสร็จ คือพิพิธภัณฑ์ที่ใช้แสดงผลงานของอ.ถวัลย์ สร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง มีลวดลายแกะสลักที่ สวยงามอย่างยิ่งนับว่าเป็นอีกสถานที่หนึ่งที่แสดงถึงเอกลักษณ์และศิลปะแบบล้านนาที่ทรงคุณค่าและ ควรอนุรักษ์ ในจังหวัด เชียงรายจะมีวัดร่องขุ่นของอาจารย์เฉลิมชัย ซึ่งมีสีขาวเหมือนสวงสวรรค์ ทำให้มีผู้เปรียบเทียบบ้านดำของอาจารย์ อาจารย์ถวัลย์ จะเป็นแนวออกทางนรก ซึ่งอาจารย์ติบว่า “ นั่นคือเป็นข้อเปรียบเทียบ คือ อ.เฉลิมชัยทำวัดร่องขุ่นจะค่อนข้างเหมือนกับสรวงสวรรค์ อาจารย์ถวัลย์จะเน้นโทนดำๆ ถ้าจะเปรียบก็เฉลิมสวรรค์ ถวัลย์นรก เป็นแค่การเปรียบเทียบแต่ไม่ใช่ออกในแนวนรกConcept ที่นี่ไม่ใช่นรกแต่เป็นบ้านดำ ที่นี่เค้าเรียกบ้านดำนางแล ลักษณะจะเป็นสีดำ คนก็เลยเปรียบเปรยกันอย่างนี้เฉยๆ ”

– หมู่บ้านกระเหรี่ยงคอยาว (Hilltribe Villages)

0043 11972928190051  MW8A0092-300x199

 

เที่ยวชม – อาข่า เย้า ลีซอ กะเหรี่ยงคอยาว กะเหรี่ยง ลาหู่ –  บริการที่พักแบบ Home Stay – ศึกษาวัฒนธรรม – ศึกษาการเพาะปลูก/เกษตรกรรม/การทำนา – บริการที่พักแบบกางเต้นท์ Camping ท่ามกลางธรรมชาติอันสวยงาม แวดล้อมด้วยความเป็นอยู่ของชาวเขาเผ่าต่างๆ – นั่งเกวียนเที่ยวชม – อาข่า เย้า ลีซอ กะเหรี่ยงคอยาว กะเหรี่ยง ลาหู่ – บริการที่พักแบบ Home Stay – ศึกษาวัฒนธรรม –  ศึกษาการเพาะปลูก/เกษตรกรรม /การทำนา ท่ามกลางธรรมชาติอันสวยงาม แวดล้อมด้วยความเป็นอยู่ของชาวเขาเผ่าต่างๆ

  เที่ยวชม

– Akha village (อาข่า)

– Yao village (เย้า)

– Lisu village (ลีซอ)

– Palong village (กะเหรี่ยงคอยาว)

– Karen village (กะเหรี่ยง)

– Lahu village (ลาหู่)

– Long Necked (กะเหรี่ยงคอยาว)

– Home Stay (บ้านพักแบบโฮมสเตย์)

– Culture (ศึกษาวัฒนธรรม)

– Farming (ศึกษาการเพาะปลูก/เกษตรกรรม/การทำนา)

– Camping (ลานตั้งแคมป์)

– Trekking (เดินป่า)

– Sight Seeing (ทัวร์รอบเมือง)

– Buffalo-ox-cart (นั่งเกวียน)

บริการที่พักแบบ Home Stay

บริการที่พักแบบกางเต้นท์ Camping ท่ามกลางธรรมชาติอันสวยงาม

แวดล้อมด้วยความเป็นอยู่ของชาวเขาเผ่าต่างๆ

– ดอยตุง (Doi Tung)

29 090921222447 article_other-20131216-1522042 doitung4

ดอยตุงเป็นแหล่งท่องเที่ยวเด่นของเชียงราย อยู่เหนือจากตัวเมืองเชียงรายประมาณ 45 กิโลเมตร  ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ลักษณะเป็นเทือกเขาสูงทอดตัวยาวอยู่ทางด้านซ้ายของเส้นทางที่มุ่งไปอำเภอแม่สาย แต่เดิมเป็นเทือกเขาหัวโล้นที่ถูกชาวเขาตัดทำลายเพื่อใช้พื้นที่ทำการเกษตร  จนกระทั่งสมเด็จย่าได้เสด็จมายังดอยตุงและทรงมีพระราชดำรัสว่า ฉันจะปลูกป่าดอยตุง  หลังจากนั้นในปี 2530  รัฐบาลจึงได้เริ่มจัดทำโครงการพัฒนาดอยตุงขึ้นโดยปลูกป่าคืนความสมบูรณ์กลับคืนสู่ธรรมชาติ ได้ดึงชาวเขาเข้ามาทำงานในโครงการปลูกป่าดอยตุง  แต่ก่อนนั้นเส้นทางขึ้นดอยตุงเป็นเส้นทางลอยฟ้า คือเมื่อนั่งรถบนถนนดอยตุงแล้วมองลงมาก็จะเห็นวิวโล่งๆ ไม่มีต้นไม้มาบดบังทัศนียภาพ แต่ในปัจจุบันนี้ดอยตุงกลับคืนสภาพเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์อีกครั้งหนึ่งเมื่อนั่งรถไปตามเส้นทางขึ้นดอยตุงจะเห็นแต่ต้นไม้แน่นขนัดนั่นล้วนเป็นป่าปลูกทั้งสิ้น  หลังจากโครงการปลูกป่าแล้วเสร็จจึงได้มีการสร้างพระตำหนักดอยตุง และมีโครงการอีกหลายๆ โครงการตามมาเพื่อสร้างอาชีพให้กับคนในท้องถิ่น

จากเทือกเขาหัวโล้นกลับกลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่โดดเด่นที่สุดของเชียงราย แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวขึ้นไปเที่ยวดอยตุงเป็นจำนวนมาก  แหล่งท่องเที่ยวบนดอยตุงที่นักท่องเที่ยวขึ้นไปเยี่ยมชมได้แก่  สวนแม่ฟ้าหลวง  พระตำหนักดอยตุง  พระธาตุดอยตุง  สวนรุกขชาติแม่ฟ้าหลวงดอยช้างมูบ

ไร่แม่ฟ้าหลวง  หรือสวนดอยตุง  เป็นสวนไม้ดอกไม้ประดับเมืองหนาวบนพื้นที่ 25 ไร่ อยู่ในแอ่งที่ราบด้านทิศเหนือของพระตำหนัก  สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2534 ภายในสวนถูกตกแต่งด้วยพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับสวยงาม ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนออกดอกตลอดปี  กลางสวนมีประติมากรรมเด็กยืนต่อตัว งานประติมากรรมนี้ได้รับพระราชทานชื่อว่า ” ความต่อเนื่อง ”  นอกจากแปลงไม้ประทับกลางแจ้งแล้วยังมีโรงเรือนไม้ในร่ม จุดเด่นคือกล้วยไม้จำพวกรองเท้านารีชนิดต่างๆ ที่มีดอกสวยงามมาก

พระตำหนักดอยตุง เป็นที่ประทับแปรพระราชฐานเพื่อทรงงานของสมเด็จย่า ปลูกแบบง่ายๆ ด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์  พระตำหนักสร้างด้วยไม้ทั้งหลังโดยมีโครงเหล็กอยู่ภายใน ไม้ในการสร้างเป็นไม้ลังใส่สินค้าที่การท่าเรือฯ คลองเตย ทูลเกล้าถวายแด่สมเด็จย่า  เมื่อสร้างออกมาแล้วสวยงามยิ่งนัก รูปแบบการสร้างเป็นการผสมผสานสถาปัตยกรรมล้านนากับบ้านพื้นเมืองสวิตเซอร์แลนด์  ที่เพดานห้องโถงทำเป็นเพดานดาว  บริเวณด้านหลังพระตำหนักมีระเบียงยืนออกไป เมื่อยืนที่ระเบียงจะเห็นทัศนียภาพของดอยตุงที่สวยงาม บริเวณขอบระเบียงมีกระบะปลูกไม้ดอกที่มีสีสันสวยงาม  พระตำหนักเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม  โดยจะต้องมีมัคคุเทศก์ของพระตำหนักเป็นผู้นำเยี่ยมชม

Doi Tung

Doi Tung is gone of the most famous tourist destinations of Chiang Rai Province. Several places can be seen on “Doi Tung Palace” such as the palace of the King’s Mother which was built fusing Lanna and Swiss architectural styles. Then there is “the Mae Fah Luang garden”, the most beautiful park of the country

The doi Tung Roya l Villa was the first residence of Her Royal Highness Princess Srinakarindra,the Princess Mother,built under her supervision.Her Royal Highness the Princess Mother and her daughter,Her Royal Highness Princess Galyani Vadhana,gave the architects a concept of simplicity and multi-functionality for the Royal Villa construction Started on December 26,1987 with a traditional northern Thai ceremony(called “pok Sao Huen”)of planting the main house pillar.
The Royal Villa incorporates architectural elements from Switzerland,where Her Royal Highness lived for many years,and from northern Thaior Lanna culture.Her Royal Highness used the Royal Villa as a base to oversee work in the Doi Tung Development Project.
The Royal villa consists of 4 connected buildings(1)the personal residence of Her Royal Highness the Princess Mother(2)a large reception hall,(3)the personal residence of than phuying (dame)Tasna Valaya Sorasongkrarn,granddaughter of H.R.H. the Princess Mother,and (4)the personal residence of H.R.H.Princess Galyani Vadhana,daughter of H.R.H. the Princess Motheer.

Pra That Doi Tung
Erected in 911 A.D. (1454 B.E.), Pra That Doi Tung is considered the oldest Chedi (pagoda) in the Lanna region (covering northern Thailand, the Shan states of Myanmar and northern Laos). The Chedi, believed to house the collarbone of the Lord Buddha, is highly revered by Buddhists.

A temple, Wat Noi Doi Tung, and the Theparak Garden stand below at the entrance to the roadway that lead to the Chedi.Tradition holds that the gardian spirits (Theparak) abide in the garden to protect the holy shrine of the Buddha relics at Phra That Doi Tung
Pra That Doi Tung
Erected in 911 A.D. (1454 B.E.), Pra That Doi Tung is considered the oldest Chedi (pagoda) in the Lanna region (covering northern Thailand, the Shan states of Myanmar and northern Laos). The Chedi, believed to house the collarbone of the Lord Buddha, is highly revered by Buddhists.

– ดอยแม่สลอง (Doi Mae Salong)

113 rongkun2  ดอยแม่สลอง-สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงรายIMG_3290

ดอยแม่สลอง เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านสันติคิรี เดิมชื่อบ้านแม่สลองนอก เป็นชุมชนผู้อพยพจากกองพล 93 ซึ่งอพยพจากประเทศพม่าเข้ามาในเขตไทย จำนวนสองกองพันคือ กองพันที่ 3 เข้ามาอยู่ที่อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ และกองพันที่ 5 อยู่ที่บ้านแม่สลองนอก ตั้งแต่ปี 2504 บนดอยแม่สลองมีสถานที่น่าสนใจหลายแห่งให้ได้ชื่นชมกัน เช่น ในช่วงเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ จะเห็น ดอกนางพญาเสือโคร่ง ซึ่งเป็นซากุระพันธุ์ที่เล็กที่สุด สีชมพูอมขาว จะบานสะพรั่งตลอดแนวทางขึ้นดอยแม่สลอง เป็นพันธุ์ไม้ที่หาชมได้ยากในเมืองไทย เพราะจะเจริญเติบโตอยู่แต่เฉพาะในภูมิอากาศหนาวจัดเท่านั้น สุสานนายพลต้วน ผู้นำแห่งกองพัน 5 ซึ่งเสียชีวิตที่นี่ เป็นสุสานที่สร้างด้วยหินอ่อนอยู่บนเขา จากสุสานสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของทะเลภูเขาได้ และไม่ควรพลาดการชิมชา รสชาติกลมกล่อม หอม ซึ่งจะมีอยู่หลายร้านในหมู่บ้าน และหาซื้อกลับบ้านไปเป็นของฝาก

Doi Mae Salong

Doi Mae Salong is  one of those places where the journey there is more beautiful and worthwhile than the place itself. Don’t miss this trip, as it leads on a very good road through beautiful mountains. The splendid views on the way alone are worth driving to Mae Salong. The little town was founded in the 1960s by former Kuomintang (anti-Communist) soldiers who had been expelled from Burma (Myanmar) and settled on the lovely mountain, unfortunately only in order to compete with the local drug barons for a sizable share in the opium and heroin trade.

At that time Mae Salong was more or less a fortress. When the Chinese were defeated by the more powerful Shan lord Khun Sa they opted for the more peaceful and socially acceptable business of fruit growing. The peaches and lychees from Mae Salong are delicious and justly famed. Today MAE Salong is entirely safe and peaceful. On the way lies the Akha village Ikoh San Yuek that is worth a detour. Although it is nowadays overrun by tourists its shops nevertheless still offer a good selection of traditional hill tribe handicraft. After the village the road parts – the road to the right should be avoided (it leads into dangerous territory), instead drive ahead.

Mae Salong is 1800 meters above the sea level and cool enough for Japanese cherry trees to bloom – as you will see if you come in the right season. The town has Chinese temples, open air bazaars, and shops that offer Chinese specialties as tea and locally grown preserved fruit. There are  several little restaurants that offer good southern Chinese food, and even a couple of simple, but clean guest houses. Mae Salong is also a market place for the Lisu and Akha from the surrounding hill tribe villages. For these reasons it is definitely worth spending a few  hours in the town, to walk around, savour the special atmosphere, and to enjoy the grandiose mountain panorama.

– แม่สาย (Mae Sai)

chiangrai2-08 20140315155303_0  004cr1

 เป็นอำเภอที่อยู่เหนือสุดของประเทศไทย ติดกับพรมแดนประเทศพม่าโดยมีแม่น้ำรวกแบ่งเขตแดน มีสะพานข้ามระหว่างฝั่งไทยและพม่า ทั้งสองฝั่งเป็นที่ตั้งของด่านตรวจคนเข้าเมืองของทั้งสองประเทศ  ตัวเมืองแม่สายอย่างห่างจากตัวเมืองเชียงราย 62 กิโลเมตร ไปตามเส้นทางหลวงหมาลเลข 110 ไปจนเกือบสุดถนนเป็นทั้งตั้งของที่ทำการอำเภอแม่สาย ห่างขึ้นไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตรคือตลาดชายแดนแม่สาย  ห่างตรงผ่านด่านตรงขึ้นไปก็จะเข้าประเทศพม่าไปยังเมืองเชียงตุงของพม่า ผ่านเมืองลาเมืองปกครองพิเศษ แล้วเข้าไปยังเมืองเชียงรุ่ง สิบสองปันนาของจีน  แม่สายมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวกันไม่ขาดสายทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ขับรถลงมาจากเมืองเชียงรุ่ง แขวงสิบสองปันนา

ตลาดฝั่งไทยเป็นที่ขายสินค้าซึ่งส่วนใหญ่มาจากจีนโดยขนส่งมาทางเรือแล้วมาขึ้นที่ท่าเรือเชียงแสน  สินค้าของฝากจำพวกผลไม้อบแห้ง เห็นหอมแห้ง ขนมต่างๆ และยังมีเครื่องใช้ไฟฟ้าจากจีนอีกเป็นจำนวนมาก  ส่วนเรื่องคุณภาพนั้นบางคนก็บอกว่าเป็นสินค้าไม่มีคุณภาพ แต่ผมก็ไม่สามารถเขียนลงในสื่อได้ว่าคุณภาพดีหรือไม่ดี ก็แล้วแต่ละท่านจะเลือกซื้อและพิจารณากันเอง

บริเวณด้านขวาของด่านเป็นที่ตั้งของป้ายเหนือสุดยอดแดนสยามไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูป แต่ก็หายากสักหน่อยเพราะแถวนั้นมีแต่ร้านค้า

ท่าขี้เหล็ก

เมืองนี้ไม่ได้อยู่ฝั่งประเทศไทย เมืองท่าขี้เหล็กเป็นเมืองที่อยู่ฝั่งพม่าตรงข้ามกับเมืองแม่สายโดยมีแม่น้ำกั้น หากเดินผ่านสะพานเข้าไปก็เป็นเมืองท่าขี้เหล็ก  คนไทยที่ไม่เคยข้ามไปก็อยากจะข้ามไปเพราะไม่รู้ว่าฝั่งนั้นมีอะไร พอข้ามไปแล้วก็จะรู้ว่าไม่มีอะไร บริเวณริมสะพานด้านขวาเป็นที่ตั้งของตลาดซึ่งก็เหมือนกับตลาดฝั่งแม่สาย ดูเหมือนสินค้าจะราคาถูกกว่าโดยเฉพาะพวกแอบเปิ้ล  พอซื้อมาแล้วก็รู้สึกเหมือนว่าถูกหลอก แต่จริงๆ แล้วเขาไม่ได้หลอก คือว่าที่นั่นมาตรฐานกิโลของเขาไม่เท่าของเรา  1 กิโลของเขาเท่ากับ 8 ขีดของเรา  ดังนั้นถ้าจะข้ามไปซื้อเห็ดหอมแล้วก็ระวังกลับมาชีช้ำเพราะบวกลบคูณหารดูแล้วราคาแพงกว่าฝั่งไทย  บุหรี่นอกราคาถูกๆ ก็มีขายเยอะแยะ ซองภายนอกล่ะก็ใช่แต่ภายในบุหรี่ยี่ห้อพม่าแถมขึ้นราอีกตะหาก ซีดีถูกๆ ก็มีเยอะเพราะฝั่งนั้นเขาไม่จับเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าหากจะซื้อก็ควรจะซื้อในร้านใหญ่ๆ ซื้อแล้วลองก่อนไม่งั้นจะได้ซีดีเสียที่ไม่สามารถเปิดดูได้ ถ้าหากจะซื้อของตามร้านแผงลอยริมทางก็ควรที่จะเตรียมเงินไว้ให้พอดี ถ้าหากจะต้องทอนก็จะมีปัญหาเพราะทางนั้นมักจะไม่ค่อยทอนโดยจะยัดเยียดของอื่นให้แทนโดยอ้างว่าไม่มีเงินทอนยื้อไปยื้อมาเสียเวลาเดี๋ยวกลับมาขึ้นรถไม่ทัน สรุปว่าไม่ต้องข้ามไปให้เสียเงินเสียเวลาดีกว่า ถ้าคิดจะซื้อของให้ซื้อฝั่งไทยเป็นคำตอบสุดท้ายที่ถูกต้องที่สุด  แต่ถ้าหากจะข้ามไปเที่ยวฝั่งนั้นก็พอมีที่เที่ยว  ทางพม่าได้ทำอนุสาวรีย์บุเรงนอง และเจดีย์ชเวดากองจำลองไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ไปเที่ยวชม สถานที่ท่องเที่ยวนี้อยู่ห่างจากชายแดนประมาณ 2 กิโลเมตร  การไปเที่ยวชมจะต้องเช่ารถมอเตอร์ไซด์สามล้อไปจากตลาดท่าขี้เหล็ก  ค่าใช้จ่ายไป-กลับ 40 บาท 50 บาท 60 บาท แล้วแต่ละรายจะเรียก แต่ถ้าจะไปต้องคุยกันให้รู้เรื่องว่าราคาไป-กลับหรือราคาเที่ยวเดียว เพราะเคยมีนักท่องเที่ยวโดนหลอกบ่อยๆ จริงๆ แล้วไปกลับ 50 บาท บางคนโดนเก็บเที่ยวกลับอีก 50 บาท บางคนโดนเรียกเที่ยวกลับอีก 100 บาท ทุกคนก็ต้องรีบกลับให้ทันเวลาที่กลุ่มนัด ก็ต้องจำใจจ่าย  ถ้าคิดจะเที่ยวฝั่งนั้นก็ระวังนิดนึ่ง พวกพม่ามันเชื่อไม่ได้  ยกเว้นพวกไทยใหญ่ฝั่งโน้นนิสัยดีน่าคบเชื่อถือได้ หากข้ามไปฝั่งโน้นแล้วต้องการเช่าสามล้อก็ให้เลือกใช้บริการจากชาวไทยใหญ่

วัดพระธาตุดอยเวา

ตั้งอยู่ในตลาดแม่สายติดชายแดนไทยพม่า อยู่ก่อนถึงด่านแม่สายประมาณ 100 เมตรเข้าไปในซอยเล็กๆ ซ้ายมือ เป็นซอยย่านค้าขาย บริเวณวัดเป็นที่จอดรถ องค์พระธาตุตั้งอยู่บนดอยริมฝั่งแม่น้ำแม่สาย ตามประวัติกล่าวว่า พระองค์เวาหรือเว้าผู้ครองนครนาคพันธ์โยนก เป็นผู้สร้างเพื่อบรรจุพระเกศาธาตุองค์หนึ่งเมื่อ พ.ศ. 364 นับเป็นพระบรมธาตุที่เก่าแก่องค์หนึ่งรองมาจากพระบรมธาตุดอยตุง นอกจากนี้บนยอดดอยเวายังเป็นจุดที่สามารถชมทิวทัศน์ของอำเภอแม่สาย และท่าขี้เหล็กทางฝั่งพม่าได้อย่างชัดเจน สามารถนำขึ้นไปจนถึงพระธาตุได้

MaeSai: Thailand and Myanmar Border

Mae Sai This border town faces Myanmar across the Mae Sai River, and is located 62 kilometres north of Chiang Rai on Highway No. 110. Numerous shopping opportunities exist for popular Thai, Burmese and Chinese goods.

This is the ideal market for gem lovers, where numerous kinds of precious stones from Myanmar, such as rubies, emeralds, jade, and others, are for sale.  Some prefer to take a trip to Tha Khi Lek province in Mynmar to hunt for their own kind of stones.  A trip to Chiang Tung from here is also possible.

To cross teh Myanmar borders, you needs to have your identity card with a 30 baht fee to apply for temporary border pass at Mae Sai Bridge.  Another 10 baht fee is collected at the entry point.  This will allow you to have a 7 day stay in Tha Khi Lek province

– เชียงแสน (Chiang Saen)

1718-fdc3 1296473652 g Three-lands-countdown-at-Khong-riverside-193528

 

อำเภอเชียงแสน เป็นอำเภอเล็ก ๆ ริมฝั่งแม่น้ำโขง ห่างจากตัวเมืองเชียงรายประมาณ ๕๙ กิโลเมตร โดยแยกจากทางหลวงหมายเลข ๑๑๐ ที่อำเภอแม่จัน ไปตามทางหลวงหมายเลข ๑๐๑๖ ประมาณ ๓๑ กิโลเมตร เชียงแสนเป็นเมืองเก่าแก่มากแห่งหนึ่งในภาคเหนือ เดิมชื่อ “เวียงหิรัญนครเงินยาง” แม้ปัจจุบันยังมีซากกำแพงเมืองโบราณ ๒ ชั้น และโบราณสถานหลายแห่งปรากฏอยู่ทั้งในและนอกตัวเมือง

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงแสน เป็นแหล่งรวบรวมโบราณวัตถุที่ได้จากบริเวณเมืองโบราณเชียงแสนและพื้นที่ใกล้เคียง เช่น ลวดลายปูนปั้นฝีมือล้านนา พระพุทธรูปและศิลาจารึกจากเชียงแสนและจากจังหวัดพะเยา พร้อมทั้งให้ข้อมูลทางด้านวิชาการเกี่ยวกับแหล่งโบราณคดี การตั้งถิ่นฐานของชุมชน และประวัติการสร้างเมืองเชียงแสน นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงศิลปะพื้นบ้านของชาวไทยใหญ่ ไทยลื้อและชาวเขาเผ่าต่าง ๆ เช่น เครื่องเขิน เครื่องดนตรี เครื่องประดับ เป็นต้น

วัดพระธาตุเจดีย์หลวง ตั้งอยู่ติดกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงแสน สร้างโดยพระเจ้าแสนภูเมื่อประมาณกลางพุทธศตวรรษที่ ๑๙ โบราณสถานประกอบด้วยเจดีย์ประธานทรงระฆังแบบล้านนา เป็นเจดีย์ใหญ่ที่สุดในเชียงแสน นอกจากนี้ยังมีพระวิหารที่เก่ามากซึ่งพังทลายเกือบหมดแล้ว และเจดีย์รายแบบต่าง ๆ ๔ องค์

Chiang San

According to an ancient chronicle, the original city of Chiang Saen was built in 545 in an area called Yonok, by Tai migrants from the Chinese province of Yunnan, and was an important city (mueang) of the Lanna Kingdom. No reliable written history of the city exists until the arrival of King Mengrai in the 13th century.

The city was sacked by King Kawila during the reign of Rama I because it had been the Burmese base of operations in the preceding years. The city was deserted, while its inhabitants resettled in other Bangkok-allied Lanna cities such as Lampang and Chiang Mai. Several ancient ruins are found in the old cities: for example, Wat Pa Sak hosts a well preserved Lanna style ‘Prathat’.

The Mueang was converted into a district at the beginning of the 20th century, with an additional minor district (King Amphoe) also named Chiang Saen covering the central area. The minor district was abolished in 1925.

The minor district was recreated two years laters, then named Chiang Saen Luang (เชียงแสนหลวง).  In 1939 the minor district was renamed to Chiang Saen, while the former district Chiang Saen became Mae Chan. The minor district was upgraded to a full district on April 6 1957.

– สามเหลี่ยมทองคำ (Golden Triangle)

OLYMPUS DIGITAL CAMERA 639664ad4 cei-golden-triangle04 glodentriangel07

 

สามเหลี่ยมทองคำ อยู่ห่างจากอำเภอแม่สาย 28 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 1290 เป็นบริเวณที่แม่น้ำโขงและแม่น้ำรวกมาบรรจบกัน หรือที่เรียกว่า สบรวก เป็นพรมแดนระหว่างประเทศไทย ลาว พม่า บริเวณนี้เคยมีการค้าฝิ่น โดยแลกเปลี่ยนกับทองคำ

ทิวทัศน์ของแม่น้ำโขงบริเวณนี้มีความงดงามโดยเฉพาะยามเช้าที่ดวงอาทิตย์ขึ้นท่ามกลางสายหมอกด้านฝั่งพม่า และลาว นักท่องเที่ยวนิยมนั่งเรือเที่ยวชมทิวทัศน์จุดบรรจบของพรมแดนไทย ลาว และพม่า ค่าเช่าเรือประมาณ 300–400 บาท นั่งได้ 6 คน
ถ้าต้องการนั่งชมทิวทัศน์สองฝั่งแม่น้ำโขงไปไกลถึงเชียงแสนและเชียงของ ก็สามารถหาเช่าเรือได้ แต่ค่าเรือขึ้นอยู่กับระยะทางใกล้ไกล นักท่องเที่ยวที่สนใจล่องแม่น้ำโขงไปเที่ยวทางตอนใต้ของประเทศจีน เช่น สิบสองปันนา คุนหมิง สามารถติดต่อกับบริษัทนำเที่ยวในจังหวัดเชียงรายได้

Golden Triangle

The Golden Triangle is one of Asia‘s two main illicit opium-producing areas. It is an area of around 350,000 square kilometres that overlaps the mountains of four countries of Southeast Asia: Myanmar (Burma), Vietnam, Laos, and Thailand. (Other interpretations of the Golden Triangle also include a section of Yunnan Province, China.) Along with Afghanistan in the Golden Crescent and Pakistan, it has been one of the most extensive opium-producing areas of Asia and of the world since the 1950s. The Golden Triangle also designates the confluence of the Ruak River and the Mekong river, since the term has been appropriated by the Thai tourist industry to describe the nearby junction of Thailand, Laos, and Myanmar.

Opium and morphine base produced in northeastern Burma are transported by horse and donkey caravans to refineries along the Thailand–Burma border for conversion to heroin and heroin base. Most of the finished products are shipped across the border into various towns in North Thailand and down to Bangkok for further distribution to international markets. In the past major Thai Chinese and Burmese Chinese traffickers in Bangkok have controlled much of the foreign sales and movement of Southeast Asian heroin from Thailand, but a combination of law enforcement pressure, publicity and a regional drought has significantly reduced their role. As a consequence, many less-predominant traffickers in Bangkok and other parts of Thailand now control smaller quantities of the heroin going to international markets.

Heroin from Southeast Asia is most frequently brought to the United States by couriers, typically Thai and U.S. nationals and Hong Kong Chinese, traveling on commercial airlines. California and Hawaii are the primary U.S. entry points for Golden Triangle heroin, but small percentages of the drug are trafficked into New York City and Washington, D.C. While Southeast Asian groups have had success in trafficking heroin to the United States, they initially had difficulty arranging street level distribution. However, with the incarceration of Asian traffickers in American prisons during the 1970s, contacts between Asian and American prisoners developed. These contacts have allowed Southeast Asian traffickers access to individuals and organizations distributing heroin at the retail level

T.A.T.  License  No. 23-0812
868-6 Phaholyotin  Rd.  T. Wiang  A. Mueang  Chiang Rai 57000
Tel.  66-53-600-725 ,  66-84-608-5452
E-Mail :   Kptourchiangrai@gmail.com ,
                   Kptourchiangrai@hotmail.com

 แผนที่

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

*